*นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของ จขบ. หากผู้ใดไม่เห็นด้วย หรืออ่อนไหวกับคำติชมก็กรุณาปิดหน้าต่างนี้ซะเถอะค่ะ และขอความกรุณา คอมเม้นท์ด้วยคำสุภาพนะคะ*

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

เห็นช่วงนี้หลายคนอัพแบบมีสาระขอมีสาระกะเค้ามั่งวันนึง กร๊าก~

 

วันนี้แวะมาพูดคุยเรื่องเดี่ยวกับละครค่ะ จขบ.ยอมรับว่าเป็นคอละครนะคะ/ฮา

ดูทุกเรื่อง ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นพวกละครย้อนยุคแหละมั๊งแต่ทุกครั้งที่ดูละคร คุณพ่อของจขบ.มักจะบ่นบ้างอะไรบ้าง ว่าละครสมัยนี้ทำไมเป็นแบบนี้ แล้วก็เปลี่ยนช่องหนีละครทันที(ฮา)

 

จขบ.เอง ดูละครแล้วยังคิดเหมือนคุณพ่อเลยค่ะสมัยนี้ละครเริ่มแสดงออกรุนแรงมากขึ้น อะไรๆก็มากขึ้น

 

ก่อนจะไปดูข้อเท็จจริงนั่น ขอแสดงความคิดเห็นซักนิดนะคะ

 

พวกคำเตือนที่โผล่มา ทำนองว่า เด็กอายุต่ำกว่าสิบสามปีควรได้รับคำแนะนำ  รึอะไรเทือกๆนี้จขบ.รู้สึกว่า เด็กอายุสามขวบยังมีผู้ปกครองเปิดละครรุนแรงให้ดูเลยค่ะ ความเห็นโดยส่วนตัวของจขบ.คิดว่า ละครสมัยนี้เริ่มไม่ค่อยมีเนื้อหาน่าสนใจเท่าไหร่แล้ว เพราะละครสร้างมากจากความเป็นจริง ซึ่งสังคมสมัยนี้มีแต่เรื่องรุนแรง เลยทำให้ละครมีเนื้อหารุนแรงตามไปด้วย

 

บางทีคำเตือนที่โผล่มาทุกครั้งก่อนละครจะมามันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ได้นะคะเพราะถึงจะเตือนยังไง ถ้าผู้ใหญ่เป็นคนเปิดดู แล้วเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมานั่งอยู่ข้างๆ ก็กลายเป็นว่าส่งเสริมเนื้อหาในละครนั้นให้กับเด็กด้วย ซึ่งบางทีเด็กพวกนั้นอาจจะเอาแบบอย่างในละครไปปฏิบัติตามก็ได้

 

แต่ละเรื่องที่เคยดูมา มีความรู้สึกว่า เรื่องมันคล้ายๆกันไปซะหมด จบก็เหมือนๆกัน เรื่องที่แหวกแนว มีสาระ สนุกและให้ข้อคิดนั้นหาได้น้อย มากกกกกกกก หลายคนบอกว่า ละครมัน น้ำเน่า แต่อย่าลืมนะคะว่าละครนั้นมันก็คือชีวิตจริงๆของพวกเรานี่แหละค่ะ ละครบางเรื่องแหวกแนวหักมุมก็จริง แต่ก็ยังมีฉากซ้ำๆที่เห็นกันบ่อยๆมาให้เห็นอีกจนได้ บางทีการสร้างละครซักเรื่องแล้วพยายามจะให้ข้อคิดก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าไม่คำนึงถึง ความเป็นไปได้ กับ ความน่าเชื่อถือ ก็คงไม่มีใครนำข้อคิดนี้ไปใช้

 

จขบ.เป็นคนที่ดูละครมาตั้งแต่เด็ก แถมยังเป็นพวกที่ค่อนข้างติดละคร(เป็นบางเรื่อง)ด้วย แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจเนื้อหาละครสมัยนี้เท่าไหร่ คนที่เคยดูมาเยอะก็คงจะเข้าใจล่ะนะคะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

หมดโซนซีเรียส..กลับมาดูความเป็นจริงที่พบในละครดีกว่าค่ะ

 

 

ข้อเท็จจริง 20 ประการในละคร

 

 

1. พระเอกแยกเป็นสองประเภทหลักๆ คือพวกที่ดีแสนดี กับพวกที่เลวแสนเลวพวกพระเอกหล่อเลวทั้งหลายมักจะมีบทจะข่มขื่นนางเอกอยู่รอมร่อหลายครั้ง เห็นแล้วรู้สึกเหมือนทำให้นางเอกเสียเปรียบสุดๆเลยนะ เห็นแล้วลูกผู้หญิงอย่างเราๆก็คงรู้สึกไม่ค่อยดี ประมาณ85% พระเอกจะรวยล้นฟ้า ขนาดเอาเงินมากองีวมๆกันแล้วสามารถปีนไปถึงชั้นบรรยากาศโลกได้สบายๆ ส่วนอีก15%ที่เหลือจะเป็นพวกหนุ่มบริษัทธรรมด๊าธรรมดา แต่ก็ยังมีเงินมากพอจะซื้อรถป้ายแดงขับกันได้

 

 

2. นางเอกของละครจะแบ่งเป็นสองประเภทเช่นกันโดยส่วนใหญ่ นั่นก็คือ ถ้าไม่ร้ายสุดๆก็(โคตร)จะเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ รึไม่ก็ถ้าไม่ใช่พวกรวยล้นฟ้าจนหาวิธีใช้ตังค์ไม่ได้ กับพวกจนแบบไม่มีแม้แต่แกลบจะกิน เห็นแบบนี้มาประมาณ70% จะเห็นแบบนี้บ่อยๆ เช่นพวกคุณหนูตกอับ พวกนางเอกยากจนข้นแค้น ทำงานหามรุ่งหามค่ำแค่ไหนก็ยังไม่มีอันจะกิน มีสมาชิกในครอบครัวชอบเล่นพนัน กินเหล้า เมายา หาเงินมาแค่ไหนก็ผลาญจนไม่เหลือให้ไปซื้อข้าวกิน

 

 

3. ละครทุกเรื่อง(เว้นละครย้อนยุค)จะมีรถป้ายแดงขับ ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาม จะเป็นป้ายแดงเท่านั้น

 

 

4. 90%ของละครไทยจะมีฉากนางเอกล้มทับพระเอกแล้วหน้าก็จะใกล้กันมาก หรือไม่ก็ปากโดนปากไปแล้วนั่นเอง ทั้งๆที่แถวๆนั้นไม่มีอะไรให้สะดุดได้เลย บางทีส้นสูงก็ไม่ได้ใส่ ไม่ทราบเหมือนกันว่าสะดุดล้มไปได้ยังไง แถมมันจะบังเอิญขนาดที่ว่าต้องเมาท์ทูเมาท์กันเลยเหรอ

 

 

5. ส่วนใหญ่จะเริ่มเรื่องด้วยการที่พระเอกกับนางเอกทะเลาะกัน ไปๆมาๆรักกันได้ไงก็ไม่รู้ แล้วพระเอกกับนางเอกก็จะมีฉายาแปลกๆที่ต่างฝ่ายต่างตั้งให้กันและกันอย่างเต็มรัก แต่ละชื่อก็เสี่ยวได้ใจเหลือเกิน

 

 

6. แทบไม่มี(หรืออาจจะไม่มีเลย)ละครเรื่องไหนจบแบบตายคู่ ทั้งพระทั้งนาง มักจะเป็นแบบเกือบตายแล้วก็ไม่ตาย จะตายก็ไม่ตายซักที จะเป็นเหมือนเรื่อง Beauty And The Beast คือจะเกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นให้พระเอกที่หยุดหายใจแล้วมันกลับมาหายใจอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริงแผลอาจจะติดเชื้อได้ถ้าน้ำตาของใครบางคนหยดลงไปบนแผลของคนไข้

 

7. ถ้ามีฉากยิงกัน ไม่พระเอกก็นางเอกเนี่ยแหละจะวิ่งไปบังกระสุนให้อีกฝ่าย ช่างไม่กลัวตายกันเลย เป็นคนรักที่ดีแสนดี ดีจนโอเว่อร์ไปหน่อยนะ แทนที่จะวิ่งไปแย่งปืนคนร้ายกลับวิ่งมาบังแทน จนคนดูชักจะไม่แน่ใจว่าอยากหรือไม่อยากตายกันแน่….

 

 

8. ละครทุกเรื่องมีนางร้าย

 

 

9. และเมื่อมีนางร้าย ก็ต้องมีนายร้ายด้วยเช่นกัน

 

 

10. พระเอกส่วนใหญ่จะโดนนางร้ายเป่าหูได้อย่างง่ายดาย ง่ายจนอเมซิ่งมาก หูเบาอย่างน่าเหลือเชื่อ นางร้ายก็จะใส่ร้ายนางเอก ใส่ไฟมันเข้าไป สุมกันให้มันวอดวายกับไปทั้งเจ็ดชั่วโคตรเลย แล้วพระเอกก็จะมาว่านางเอก จากนั้นก็จะทะเลาะกัน แล้วนางเอกต้องร้องไห้ ถามว่า คุณไม่เชื่อใจฉันใช่มั๊ย?

 

 

11. แม่สามีกับลูกสะใภ้มักทะเลาะกัน และแม่สามีก็จะยุยงส่งเสริมให้นางร้ายคู่กับพระเอก แบบแทบจะจับเข้าเรือนหอก่อนจะแต่งงานซะด้วยซ้ำ รักลูกแน่หรือเปล่า

 

 

12. ถ้านางเอกกับนางร้ายมีเรื่องกัน ส่วนใหญ่นางร้ายจะตบก่อน ถ้าเป็นนางเอกแบบเรียบร้อยก็ปล่อยให้มันตบอยู่นั่นแหละ ตบให้ตายคุณเธอก็ไม่ง้างมือตบกลับหรอก รอให้พระเอกมาช่วยลูกเดียว แต่ถ้าเป็นนางเอกแบบสู้ชีวิตก็จะตบกลับ แล้วเอาให้มันตายกันไปข้างจนกว่าจะมีคนมาจับแยกนั่นแหละ

 

 

13. แทบทุกเรื่องมัน